Home knowledge หลักเกณฑ์การทำคำฟ้องคดีแพ่ง

หลักเกณฑ์การทำคำฟ้องคดีแพ่ง

3313
SHARE

ข้อ1. หลักเกณฑ์ข้อที่ 1 บรรยายสถานะของโจทก์/จำเลย เป็นการบรรยายสถานะหรือสิทธิของโจทก์/จำเลย (เพื่อให้ศาล พิจารณาเรื่อง อำนาจฟ้อง และความสามารถในการฟ้องคดี ปพพ ม.194+213     ปวิพ. มาตรา 55,56)

ระเด็นข้อสอบ ต้องบรรยายฐานะหรือไม่/ใครคือโจทก์คือ จำเลยที่ 1 2 3

ข้อ 2. หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 บรรยายความเกี่ยวพันหรือนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า  ทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร มีข้อตกลงไว้ อย่างไร หรือมูลเหตุแห่งคดี ในกรณีละเมิดว่าจำเลยทำอะไรหรือละเว้นอะไร(เพื่อให้ทราบถึงที่มาแห่งหนี้ ว่าเจ้าหนี้มีอำนาจอย่างไร ปพพ. 194 , 213,214)

 ระเด็นข้อสอบคู่สัญญามีสิทธิ -หน้าที่อย่าง นิติกรรม-สัญญา/ละเมิด จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างไร/กฎหมายกำหนดสิทธิหน้าที่ ระหว่าง บุตร-บิดา-มารดา-คู่สมรส มีอย่างไร

 ข้อ3. หลักเกณฑ์ข้อที่ 3เกิดการโต้แย้งอย่างไร และผิดเงื่อนไขหรือข้อตกลงผิดสัญญาอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่กันอย่างไร หรือผิดนัดกรณีละเมิดขึ้นอย่างไรจงใจหรือประมาทเลินเล่อ(เพื่อให้ทราบว่า โต้แย้งสิทธิส่วนใดของ หลักข้อที่ 2 ผิดนิติกรรม-สัญญาข้อใด/ละเมิดอย่างไรนำมาสู่ค่าสินไหม/บุตร-บิดา-มารดาปฏิบัติอย่างไรเสียหายหรือเสียประโยชน์อย่างไรบ้าง 

        ประเด็นข้อสอบใครไม่ปฏิบัติหน้าที่ส่วนไหน/ละเมิดเสียหายอย่างไร/ปฏิบัติฝ่าฝืนข้อใด  (หนี้ที่เกิดแต่มูลละเมิดนั้นคู่ความไม่มีหนี้ที่ต้องชำระกันมาก่อนการผิดนัด จึงไม่ต้องบรรยายความสัมพันธ์เว้นแต่มีการทำสัญญาประนีประนอมความ/บันทึกข้อตกลง/รับสภาพหนี้/ออกเช็คชำระหนี้)

ข้อ 4.  หลักเกณฑ์ข้อที่ 4การกระทำของจำเลยนั้นทำให้โจทก์เสียหายอย่างไรจำเลยต้องรับผิดอย่างไร เท่าไร หากมีค่าเสียหายอย่างให้แยกแต่ละรายการแล้วสรุปรวมยอดค่าเสียหายทั้งหมด) ให้แบ่งเป็นข้อๆ(เพื่อให้ทราบว่าโจทก์เสียหายอย่างไรและจะบังคับให้จำเลยทำอะไร) ส่วนนี้ต้องขอเผื่อไปตามหนี้นั้นๆว่าหากภายหน้าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น หนี้ให้ทำนิติกรรม “หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ใช้คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย”(ปพพ ม.194+213    )

ระเด็นข้อสอบค่าเสียหายมีอะไรบ้าง รวมยอด/จำเลยต้องรับผิดอย่างไร ต้องเข้าใจ A  B  C D  E  ต้นเงินหาอย่างไร   ดอกเบี้ยก่อนฟ้องคิดอย่างไร  นับตั้งแต่วันฟ้อง  นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง    ดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย  ทบต้น

  1. (ต้นเงิน) อาจจะมาจากการรวมเงินหลายๆยอดเงินก็ได้
  2. (ดอกเบี้ยก่อนฟ้องคดี) คิดจากวันผิดนัดหรือวันที่มีสิทธิ์คิดโดยให้คิดถึงวันฟ้อง
  3. (ทุนทรัพย์ในการฟ้องคดี A+B)………………………………………….

D.(ดอกเบี้ยเมื่อฟ้องแล้ว “นับตั้งแต่วันฟ้อง กรณีไม่มี การคิดดอกเบี้ย  B)          

  1. (ดอกเบี้ยเมื่อฟ้องแล้ว “นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้อง ใช้กรณีที่มีการคิดดอกเบี้ย B)

ก่อนฟ้อง โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือทวงถาม ถึงจำเลย………ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จำเลย……ได้รับแล้วเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือทวงถามและใบตอบรับของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ………….และ………………..(เพื่อให้เห็นอำนาจฟ้องของโจทก์ในกรณีต้องบอกกล่าวก่อน เช่น ปพพ.มาตรา 566, 728, 735 ,746 หรือหากมีกฎหมายบังคับ (ข้อสอบของสภาทนายความดูที่โจทย์กำหนดซึ่งจะกำหนดให้ทวงถามก่อนเสมอ) เพื่อหาข้อยุติในการฟ้องคดี

โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับจำเลย/ทั้งสองได้  จึงต้องนำมาฟ้องเป็นคดีนี้ เพื่อขอบารมีศาล

เป็นที่พึ่งบังคับจำเลย/ทั้งสองต่อไป 

                         ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

หมายเหตุ           

1.กฎหมายใหม่เรื่องค้ำประกันต้องบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันด้วย

2.ข้อสอบของสภาทนายความจะกำหนดให้ทวงถามก่อนทุกครั้ง แต่จะต้องร่างหนังสือทวงถามหรือไม่นั้น ให้ดูที่คำสั่งว่าให้ทำหรือไม่ไม่ใช่ดูในโจทย์คำถาม

ผู้เขียน

อาจารย์นคร ธรรมราช

 

 

SHARE