Home knowledge ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี

ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี

202
SHARE

ต้องอ่าน ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี

ปัจจุบันรถยต์หรือรถจักรยานยนต์ ถือเป็นปัจจัยที่ 5 ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรา บางคนซื้อรถเงินสด แต่ก็มีอีกหลายคนที่ซื้อรถด้วยการเช่าซื้อและผ่อนชำระเป็นงวดๆกับลิสซิ่งแทน ซึ่งหากเกิดปัญหาผ่อนไม่ไหวล่ะ จะทำไง

สถานการณ์  เมื่อคุณผิดนัดชำระเงินค่ารถ บริษัทก็จะทวงถามให้คุณชำระหนี้  หากคุณเพิกเฉยบริษัทก็จะบอกเลิกสัญญาและขอให้ส่งทรัพย์คืน คุณมี 2 ทางเลือกคือ
ทางเลือกที่ 1 >>>>>คุณส่งรถคืน หรือหาคนมาผ่อนต่อ

ผลคือคุณอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งหากบริษัทฟ้องให้คุณชำระเงิน

ทางเลือกที่ 2 >>>>>คุณไม่ส่งรถคืนให้ บอกเอาไปจำนำ ไปขายต่อ ไม่รู้ไปไหนแล้ว เอาคืนไม่ได้

ผล        หากหายจริง ก็แนะนำให้ไปแจ้งความนะคะ หากรถมีประกัน ประกันก็จะเข้ามาดูแลชดใช้เงินตามทุนทรัพย์ที่ทำไว้ให้ แต่หากไม่ได้หายจริงโดนข้อหาแจ้งความเท็จ  เป็นความผิดอาญา มาตรา 137ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 173 และ 174 ด้วย

หากคุณไม่ส่งคืน คุณอาจถูกฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์ได้ เพราะถือว่าคุณได้เบียดบังเอารถซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลิสซิ่งไปเป็นของคุณหรือของผุ้อื่นโดยเจตนาทุจริต ซึ่งเป็นคดีอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ลองอ่าน ลองเลือกดูนะคะ แต่ทนายเชื่อว่า ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ขอให้คุณมีสติและปัญญาค่ะ

 

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกา7727/2554

จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจากบริษัท อ. โดยชำระเงินในวันทำสัญญาบางส่วน ที่เหลือผ่อนชำระเดือนละงวดรวม 36 งวดมีชาวบ้านที่จำเลยจ้างมาเป็นผู้ค้ำประกัน หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อและรับรถไปแล้วจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อและไม่ติดต่อกับผู้เสียหายอีกเลย บริษัท อ. จึงบอกเลิกสัญญา แต่จำเลยไม่ส่งมอบรถคืนเมื่อสอบถามจำเลย จำเลยแจ้งว่าขายไปแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าขายให้แก่ผู้ใด ดังนี้ การที่จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อและชำระเงินล่วงหน้าก็เพื่อให้ได้รถยนต์ไปไว้ในครอบครอง มิได้มีเจตนาจะชำระราคาอีก พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ของบริษัท อ. ที่อยู่ในครอบครองของจำเลยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานยักยอก หาใช่เป็นเพียงการกระทำผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้นไม่

 

SHARE